หาเงินหางาน กับ Blog เพิ่มรายได้ของเรากับงานออนไลน์ สร้างรายได้ด้วยตัวเราเองแบบง่ายๆ หาเงินกับเกมส์ Anno1777 เปลี่ยนเงินเกมส์ให้เป็นเงินจริงได้ สอนวิธีการสร้างบล็อกเพื่อหารายได้ เริ่มต้นเรียนรู้กับบล็อก และวิธีสมัคร Google AdSense ให้ผ่านในครั้งเดียว
ค้นหาบล็อกนี้
14 กันยายน 2554
รวย...อย่างยั่งยืน
แนะวิธีให้รวยอย่างยั่งยืน
การทำงานกับ Google AdSense หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า Google AdSense ยังทำเงินให้เราได้อีกเหรอเนี่ย ทำได้จริงๆ เหรอ คำตอบจะมารวมอยู่ใน Blogger นี้ และเราจะมาเริ่มหารายได้เพิ่มกับเว็บไซต์ต่างๆที่ผมจะมาแนะนำนะครับ
หลายๆคนสามารถทำเงินกับ Google AdSense จนสามารถพอที่จะเลี้ยงชีพได้ บางคนหาได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยจริงๆ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประเภทลองแล้วลองอีก ยอมแพ้ไปแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ จนเอาชนะได้ในที่สุด ถึงแม้จะทำเงินได้แค่เดือนละไม่ถึงหมื่น โดยเฉลี่ยก็ถือว่าทำได้ตามเป้าหมายแล้ว เคล็ดไม่ลับก็มีอะไรไม่มากนะครับ แค่ท่องไว้ว่า "เหนื่อยก็พัก พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่"
คนเราท้อได้แต่อย่างถอย ทุกคนก็ต้องมีคำว่า "ผิดหวัง" ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ^ ^
ความรู้ส่วนใหญ่ จะเป็นวิธีต่างๆ ซึ่งจะพยายามนำเสนอในรูปแแบบที่แตกต่างออกไปจากที่บางคนเคยพบเห็น ตามเว็บบอร์ด หรือตามบล๊อกต่างๆ ที่ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับการทำงานกับ Google AdSense อย่างเช่น การบอกให้คุณหาบทความซ้ำๆ จาก Free Article Web Sites มาเป็นปั่นบล๊อก หรือการอัปเดตบทความบล๊อกตัวเองบ่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เก่า และค่อนข้างรู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว พูดน่ะมันง่าย
แต่ถึงเวลา่ลงมือทำจริงๆ มันยากกว่าที่พูดออกมาเสียอีกเยอะ
ดังนั้นจะไม่บอกอะไรที่คุณรู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่ผมจะนำเสนอแนวคิดที่ค่อนข้างแปลก และแหวกแแนวอยู่สักหน่อย ด้วยความหวังที่ว่าจะให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้รับมุมมองอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม ที่ใครๆ ก็บอกกัน ก็รู้กันอยู่แล้ว เพื่อเปิดโลกทัศน์การทำเงินให้กว้างออกไปได้อีก มีทางออกให้เลือกมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำเงินในโลกออนไลน์
หลายๆคนเคยลองทำแล้วทำอีกแต่ก็ไม่สำเร็จ แต่เพื่อที่จะหารายได้เพิ่มกับชีวิตประจำวัน ก็อย่ายอมแพ้ บนโลกออนไลน์ ไม่มีคำว่า "หยุด" มีแต่จะให้ความรู้ หน้าที่ และที่เราทุกคนต้องการก็คือ หารายได้เพิ่มกับอินเตอร์เน็ต มีหลายวิธี ที่เราจะหารายได้กับอินเตอร์เน็ต แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะศึกษามันก่อนไหม ไม่ใช่ว่าพอลองทำแล้ว ทำไม่ได้ก็เลิกทำ ไม่มีอะไรหรอกครับ ที่มันจะได้มาง่ายๆ ถ้ามันง่ายอย่างที่ทุกคนคิด แล้วจะมีคำว่าศึกษาทำไหม จริงไหมครับ
การทำงานบนโลกออนไลน์ มีหลายแบบแตกต่างกันไป ยกตัวอย่าง เช่น คลิกโฆษณา กรอกแบบสอบถาม ฯลฯ อีกมากมาย มีทั้งจ่าย และไม่จ่าย หลายคนคงเคยลองทำกันบ้างแล้ว และบ้างคนอาจจะโดนหรอกมากันบ้างแล้ว อิอิ เช่น ผม โดนมาเยอะ! แต่ผมก็ไม่คิดที่หยุด จนมาเริ่มรู้จักกับ Google AdSense ที่ใครๆก็หารายได้เสริม หรือรายได้หลัก จนปัจุบันนี้คนไทยอย่างเราๆ หารายได้กับ Google AdSense กันนับไม่ถ้วน และพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ Google AdSense เพื่อนำมาสร้างรายได้ให้กับตัวเอง แต่สิ่งที่หลายๆ คนเคยสมัครกับ Google AdSesse ส่วนมากจะได้รับคำตอบคลายๆกัน ว่า "เราไม่สามารถที่จะอนุมัติไซต์ของคุณ" โดยที่ผมก็เคยโดย "ประจำ" ^ ^ แต่มาวันนี้ เรามาเริ่มกับการทำงานออนไลน์ ไปพร้อมๆ กัน
"โดยเฉพาะเรื่อง Google AdSense ที่ถือว่า ยังเป็นหนทางการทำเงินออนไลน์ที่ยังมาแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงกันครับ"
ที่มาบทความ อนุชา ลีวรกล
10 กันยายน 2554
วิธีนำโฆษณามาติดเว็บ/บล็อกของเรา เพื่อทำเงิน
วิธีนำโฆษณามาติดเว็บ/บล็อกของเรา เพื่อทำเงิน
ในหัวข้านี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีนำ Code โฆษณามาใช้วิธีนำ Code โฆษณามาจาก Google AdSense
หลังจากสมัคร Google AdSense ผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้คุณ Login เข้า Google AdSense ก่อน หรือ http://www.google.com/adsense เมื่อ Login เข้า Google AdSense เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ AdSense Setup จะมี Ads (โฆษณา) ให้เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้.-
1. AdSense for content: เป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ ซึ่งแบ่งออก 2 ข้อย่อย ดังนี้.-
- Ad unit : สร้างโฆษณาแบบข้อความอย่างเดียว, สร้างโฆษณาแบบรูปภาพอย่างเดียว หรือ สร้างโฆษณาแบบข้อความสลับแบบรูปภาพก็ได้ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 3 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]
- Link unit : สร้างโฆษณาแบบลิงค์ ซึ่งลักษณะโฆษณาเหมือนลิงค์ หรือ หัวข้อของเว็บไซต์ ซึ่งโฆษณานั้นก็จะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ เช่นกัน ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 3 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]
- เมื่อเลือกได้แล้ว กดที่ปุ่ม Continue >>
- หน้าถัดมานี้ ให้เรากำหนดสี, ขนาดและ Channel คือ สถิติของโฆษณาแต่ละตัว ให้สร้างชื่อโฆษณาแต่ละตัว เวลาเช็คผล จะทราบว่าโฆษณาแต่ละตัวมีผู้คลิกมากน้อยเพียงใดได้ หรือ ไม่ต้องสร้างก็ได้ เช่นกัน เมื่อปรับแต่งแล้ว กดที่ปุ่ม Continue >>
- หน้าถัดมานี้ ก็คือ Code โฆษณา ของ Google AdSense ที่ใช้มาใส่ในเว็บไซต์/บล็อก
- ให้ คัดลอก(Copy) Code แล้วเปิดโปรแกรม Notepad (ซึ่งจะมีอยู่ทุกเครื่องไปที่ Start > Progrsms > Accessories > Notepad) จากนั้นให้ วาง(Past) Code ใส่ในโปรแกรม Notepad และ Save เก็บไว้สามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องมาสร้างใหม่
สำหรับการขอ AdSense for search และ Referrals ก็มีหลักคล้ายๆ กัน
2. AdSense for search : เป็นการสร้าง Code โฆษณา เพื่อจะได้กล่องสำหรับค้นหาเว็บไซต์ (Search Box) มาติดในเว็บไซต์ ซึ่งผู้เยี่ยมชมก็ใช้ค้นหาเว็บไซต์ได้ทั่วโลก และยังใช้ในการค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณก็ได้ สามารถปรับแต่งกล่องค้นหาเว็บไซต์ให้เข้ากับเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 2 อัน
หมายเหตุ.-
- สำหรับ Site language ให้เลือกเป็นภาษา English
- Your site encoding ให้เลือก Unicode (UTF-8)
3. Referrals : เป็นโฆษณาเพื่อแนะนำบริการต่าง ๆ ของ Google มีรายได้จากการแนะนำ มีให้เลือก 4 ข้อย่อย ดังนี้.-
- Google AdSense : แนะนำ AdSense ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Google AdWords : แนะนำ AdWords ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Firefox : แนะนำให้ดาวน์โหลด Firefox ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Picasa : แนะนำให้ดาวน์โหลด Picasa ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
***ห้ามแก้ไข Code นั้น ๆ โดยเด็ดขาด
สรุปข้อกำหนดในการวาง Google AdSense
• Ad unit ไม่เกิน หน้าละ 3 จุด
• Link unit ไม่เกินหน้าละ 3 จุด
• Search Box ไม่เกินหน้าละ จุด
• Referrals ไม่เกินหน้าละ 3 จุด โดยห้ามซ้ำกัน
คุณสามารถนำ Code ไปติดไว้ที่เว็บใด ๆ ก็ได้ถ้าเป็นเว็บของคุณ มี 100 เว็บก็ติดได้ทั้ง 100 เว็บครับ มีกี่หน้าติดได้หมด.
เมื่อคุณได้ Code ที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะได้ศึกษาว่า จะนำโค๊ดที่ได้นี้ไปติดเว็บไซต์/บล็อกของเราอย่างไร
# วิธีติดโฆษณา สำหรับบล็อก Blog
http://www.adsthai.net/Step5-1.html
# วิธีติดโฆษณา สำหรับเว็บไซต์
http://www.adsthai.net/Step5-2.html
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.adsthai.net/Step4.html
ที่มาบทความ http://freemoney.exteen.com
ในหัวข้านี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีนำ Code โฆษณามาใช้วิธีนำ Code โฆษณามาจาก Google AdSense
หลังจากสมัคร Google AdSense ผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้คุณ Login เข้า Google AdSense ก่อน หรือ http://www.google.com/adsense เมื่อ Login เข้า Google AdSense เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ AdSense Setup จะมี Ads (โฆษณา) ให้เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้.-
1. AdSense for content: เป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ ซึ่งแบ่งออก 2 ข้อย่อย ดังนี้.-
- Ad unit : สร้างโฆษณาแบบข้อความอย่างเดียว, สร้างโฆษณาแบบรูปภาพอย่างเดียว หรือ สร้างโฆษณาแบบข้อความสลับแบบรูปภาพก็ได้ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 3 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]
- Link unit : สร้างโฆษณาแบบลิงค์ ซึ่งลักษณะโฆษณาเหมือนลิงค์ หรือ หัวข้อของเว็บไซต์ ซึ่งโฆษณานั้นก็จะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ เช่นกัน ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 3 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]
- เมื่อเลือกได้แล้ว กดที่ปุ่ม Continue >>
- หน้าถัดมานี้ ให้เรากำหนดสี, ขนาดและ Channel คือ สถิติของโฆษณาแต่ละตัว ให้สร้างชื่อโฆษณาแต่ละตัว เวลาเช็คผล จะทราบว่าโฆษณาแต่ละตัวมีผู้คลิกมากน้อยเพียงใดได้ หรือ ไม่ต้องสร้างก็ได้ เช่นกัน เมื่อปรับแต่งแล้ว กดที่ปุ่ม Continue >>
- หน้าถัดมานี้ ก็คือ Code โฆษณา ของ Google AdSense ที่ใช้มาใส่ในเว็บไซต์/บล็อก
- ให้ คัดลอก(Copy) Code แล้วเปิดโปรแกรม Notepad (ซึ่งจะมีอยู่ทุกเครื่องไปที่ Start > Progrsms > Accessories > Notepad) จากนั้นให้ วาง(Past) Code ใส่ในโปรแกรม Notepad และ Save เก็บไว้สามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องมาสร้างใหม่
สำหรับการขอ AdSense for search และ Referrals ก็มีหลักคล้ายๆ กัน
2. AdSense for search : เป็นการสร้าง Code โฆษณา เพื่อจะได้กล่องสำหรับค้นหาเว็บไซต์ (Search Box) มาติดในเว็บไซต์ ซึ่งผู้เยี่ยมชมก็ใช้ค้นหาเว็บไซต์ได้ทั่วโลก และยังใช้ในการค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณก็ได้ สามารถปรับแต่งกล่องค้นหาเว็บไซต์ให้เข้ากับเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 2 อัน
หมายเหตุ.-
- สำหรับ Site language ให้เลือกเป็นภาษา English
- Your site encoding ให้เลือก Unicode (UTF-8)
3. Referrals : เป็นโฆษณาเพื่อแนะนำบริการต่าง ๆ ของ Google มีรายได้จากการแนะนำ มีให้เลือก 4 ข้อย่อย ดังนี้.-
- Google AdSense : แนะนำ AdSense ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Google AdWords : แนะนำ AdWords ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Firefox : แนะนำให้ดาวน์โหลด Firefox ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Picasa : แนะนำให้ดาวน์โหลด Picasa ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
***ห้ามแก้ไข Code นั้น ๆ โดยเด็ดขาด
สรุปข้อกำหนดในการวาง Google AdSense
• Ad unit ไม่เกิน หน้าละ 3 จุด
• Link unit ไม่เกินหน้าละ 3 จุด
• Search Box ไม่เกินหน้าละ จุด
• Referrals ไม่เกินหน้าละ 3 จุด โดยห้ามซ้ำกัน
คุณสามารถนำ Code ไปติดไว้ที่เว็บใด ๆ ก็ได้ถ้าเป็นเว็บของคุณ มี 100 เว็บก็ติดได้ทั้ง 100 เว็บครับ มีกี่หน้าติดได้หมด.
เมื่อคุณได้ Code ที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะได้ศึกษาว่า จะนำโค๊ดที่ได้นี้ไปติดเว็บไซต์/บล็อกของเราอย่างไร
# วิธีติดโฆษณา สำหรับบล็อก Blog
http://www.adsthai.net/Step5-1.html
# วิธีติดโฆษณา สำหรับเว็บไซต์
http://www.adsthai.net/Step5-2.html
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.adsthai.net/Step4.html
ที่มาบทความ http://freemoney.exteen.com
30 กรกฎาคม 2554
หาเงินหางาน: วิธีตั้งค่า Blog เบื้องต้น
หาเงินหางาน: วิธีตั้งค่า Blog เบื้องต้น: "เริ่มต้นไปที่ ตั้งค่า นะครับจะเจอแท็บย่อย ขั้นต้น ใช้สำหรับการตั้งออปชั่นเบื้องต้นทั้งหมดของบล็อกที่เราจะสร้างในขั้นต้นนี้ เราควรตั้งค่าเร..."
22 กรกฎาคม 2554
วิธีตั้งค่า Blog เบื้องต้น
เริ่มต้นไปที่ ตั้งค่า นะครับจะเจอแท็บย่อย ขั้นต้น ใช้สำหรับการตั้งออปชั่นเบื้องต้นทั้งหมดของบล็อกที่เราจะสร้างในขั้นต้นนี้ เราควรตั้งค่าเริ่มต้นประมาณนี้ก่อน ถ้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ แต่ขอแนะนำว่าตั้งตามนี้ก่อนจะดีกว่า เพราะเราพึ่งเริ่มสร้างบล็อกขึ้นมาใหม่ รอเรียนรู้วิธีเพิ่มเติม แล้วค่อยมาศึกษาเปลี่ยนตามที่เราต้องการในตอนหลัง ลองดูตามภาพด้านล่างนะครับ
![]() |
| ขั้นต้นในการตั้งค่าให้กับบล็อก |
พอจะเข้าใจนะครับแต่ยังมีอีกภาพ ( เพราะภาพมันใหญ่เลยต้องมาที่ละภาพ อิอิ ) อะไปดูกันต่อเลยดีกว่านะครับจะได้ไม่ช้าส่วนคำอธิบายเดียวผมจะอธิบายในตอนหลังนะครับดูภาพกันไปก่อน ฮาาาๆ
![]() |
| ขั้นต้นในการตั้งให้ค่าบล็อก |
การตั้งค่าให้กับบล็อกของเราก็มีเพียงเท่านี้ในขั้นต้น แต่ผมยังไม่ได้อธิบายความหมายในแต่ละข้อให้เข้าใจกัน ก็จะอธิบายในตอนนี้เลยนะครับ ตามหัวข้อต่างๆ ที่แสดงตามรูปเลยนะครับ
- เครื่องมือเขียนบล็อก เรียกใช้เครื่องมือสำหรับ นำเข้าบล็อก-ส่งออกบล็อก รวมถึงการลบบล็อกของเราที่เผยแพร่ทิ้ง
- ชื่อ ปรับเปลี่ยนชื่อบล็อก โดยชื่อบล็อกนี้จะปรากฏบนไตรเติลบาร์ของเว็บเบราเซอร์ รวมถึงปรากฏอยู่หน้าบล็อก เราควรเลือกชื่อที่เกี่ยวกับเนื้อหาของบล็อกเรา
- คำอธิบาย กำหนดคำอธิบายเพิ่มเติมบล็อก ใช้เพื่อขยายความชื่อบล็อกให้ชัดเจนขึ้น แต่ใส่ได้ไม่เกิน 500 ตัวอักษร นะครับ ปกติหากบล็อกได้รับการบันทึกไว้ในระบบเสิร์ชเอนจิ้นแล้ว เมื่อมีการค้นหา คำบรรที่เราลงไว้นี้จะปร่กฏให้เห็นพร้อมกับชื่อบล็อกที่้ราตั้งขึ้นมา
- เพิ่มบล็อกของคุณในรายการของเราหรือไม่? ตั้งค่าว่าจะให้บล็อกของเราเป็นหนึ่งในรายชื่อบล็อกซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบของ Blogger หรือไม่ ในข้อนี้แนะนำให้เลือกว่าใช่ครับ เพื่อช่วยช่องทางให้การค้นหาบล็อกของเราทำได้ง่ายขึ้น
- อนุญาตให้เครื่องมือค้นหาพบบล็อกของคุณหรือไม่? คือตั้งค่าว่าจะอนุญาตให้บล็อกเสิร์ชเอนจิ้น ( คล้ายๆ เสิร์จเอนจิ้นทั่วไป แต่ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในบล็อกต่างๆ เท่านั้น ) ค้นหาบล็อกของเราพบหรือไม่ แนะนำให้เลือกว่า ใช่ ครับ ซึ่งหมายถึงตั้งค่าให้บล็อกของเราถูกค้นหาพบได้เมื่อค้นหาผ่าน Google Blog Search รวมทั้งมีการ Ping ไปยังยัง Weblogs.com ด้วย ( Ping หมายถึงการส่งสัญญาจากบล็อกของเราไปยังระบบเสิร์จเอนจิ้นนั้นๆ เพื่อให้เข้ามาเก็บข้อมูลในบล็อกของเรา )
- แสดงการแก้ไขอย่างรวดเร็วบนบล็อกของคุณหรือไม่? ตั้งค่าให้แสดงปุ่ม (เป็นรูปเครื่องมือ) ด้านล่างของบทความ เราจะได้คลิกปุ่มนี้ เพื่อเปิดเข้าไปแก้ไขบทความได้อย่างรวดเร็วเพียงคลิกเดียว แนะนำให้ตั้งว่า ใช่ นะครับ
- แสดงลิงก์ส่งบทความ ตั้งค่าให้แสดงปุ่ม ( เป็นรูปจดหมาย ) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อ่านบล็อก ในการส่งบทความของเราไปทางอีเมล์ ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน อันนี้แล้วแต่เลยนะครับ แต่ผมไม่ - -
- มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่หรือไม่? กำหนดว่าบล็อกของเรามีเนื้อหาเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่หรือไม่ ถ้าเราเลือกว่า ใช่ ระบบจะแสดงข้อความเตือนทุกครั้งที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมบล็อก และผู้เยี่ยมชมจะต้องยืนยันว่าต้องเข้าสู่บล้อกของเรา
17 กรกฎาคม 2554
วิธีเขียนบทความลงบล็อก
เมื่อเราสร้างบล็อกของเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเริ่มเขียนบทความลงบล็อก เพื่อให้คนอื่นเข้ามาอ่าน ถ้าไม่มีบทความ บล็อกก็คงเป็นบล็อกไม่ได้ มาเริ่มต้นเขียนบล็อกด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. เปิดเข้าสู่เว็บไซต์ http://www.blogger.com แล้ว Sing in เข้าสู่ระบบด้วยยูสเซอร์เนม ( ก็คืออีเมลแอดเดรสที่เราลงทะเบียนไว้กับ Gmail ไงครับ ) และพาสเวิร์ดของเรา ระบบจะแสดงหน้า Dashboard หรือแผงควบคุมบล็อกขึ้นมา ตามภาพด้านล่างเลยนะครับ
3.เขียนบทความ ลงในหน้ากระดาษด้านล่างตามความต้องการ เขียนตามเรื่องที่เราจะแสดงบทความเพื่อให้คนอื่นมาอ่าน ใครเขียนเก่ง เขียนดี บทความมีสาระ ก็ได้เปรียบ อยู่ที่หัวใครหัวมันและครับที่นี้ ( ลอกความคิดคนอื่นมาบ้างก็ยังดี อิอิ Thailand Only ) แต่อย่าลืมให้เครดิตเจ้าของบทความนะครับ ตามรูปด้านล่างเลยครับ
1. เปิดเข้าสู่เว็บไซต์ http://www.blogger.com แล้ว Sing in เข้าสู่ระบบด้วยยูสเซอร์เนม ( ก็คืออีเมลแอดเดรสที่เราลงทะเบียนไว้กับ Gmail ไงครับ ) และพาสเวิร์ดของเรา ระบบจะแสดงหน้า Dashboard หรือแผงควบคุมบล็อกขึ้นมา ตามภาพด้านล่างเลยนะครับ
2.ตั้งชื่อบทความลงในช่อง Title: จะตั้งชื่อยังไงก็ได้นะครับ แต่ต้องไม่ลืมว่าชื่อเรื่องกับเนื้อหาของบทความต้องสัมพันธ์กันครับ ตามรูปด้านล่างเลยครับ
4.เผยแพร่บทความ ใส่บทความตามที่เราต้องการเสร็จแล้ว เราก็กดไปที่ เผยแพร่บทความ ระบบจะแสดงบทความผ่านหน้าบล็อกทันที่เลยครับ ตามรูปด้ายล่างเลยนะครับ
เพียงเท่านี้เราก็มีบทความเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านกันแล้วครับ ควรหมั่นขยันหาบทความมาลงบ่อยๆนะครับ แต่อย่าลงบทความวันเดียวหลายๆ บทนะครับ เพราะเดียวถ้าเราจะเอาบล็อกของเราไปสมัคร Google AdSense ทาง Google จะมองว่าเราจงใจรีบทำบล็อกไปหาสร้างรายได้ จะทำให้เราสมัคร Google AdSense AdSense ( อันนี้ผมคิดเองนะครับ แต่ใครจะลองนำไปศึกษาดูก็ได้นะครับ แต่ผมลองดูมาหลายครั้งแล้ว )
ก็เป็นอันว่าการลงบทความในบล็อก ทุกท่านก็คงจะทำได้ไม่ยาก ตามความคิดของเรา ที่ว่า บล็อกคงเหมือนกับการทำเว็บไซต์ทั่วๆ ไป ต่จริงแล้วๆ บล็อกสร้างง่ายแค่ปลายคลิก จริงมั้ยครับ และถ้าเรายังไม่ต้องการเผยแพร่บทความ ก็สามารถคลิกปุ่ม บันทึกทันที เพื่อบันทึกบทความเอาไว้ในระบบก่อน รอให้เรากลับมาตรวจทานแก้ไขแล้วค่อยสั่งให้เผยแพร่ในภายหลังอีกทีก็ได้นะครับ
ส่วนบทความที่เราเผยแพร่ไปแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้นะครับ เราสามารถกลับมาแก้ไขบทความที่เราเผยแพร่ไปแล้วได้อีก ทุกครั้งที่เราต้องการนะครับ โดยกดเข้าไปที่ แก้ไขบทความ แล้วเราก็เลือกบทความที่เราต้องการแก้ไข ได้ตามใจชอบนะครับ การเขียนบทความก็มีเพียงเท่านี้ คงไม่ยากเกินไปนะครับ ทุกคนก็คงทำกันเป็นหมดแล้ว แต่บ้างคนที่พึ่งหัดเริ่มก็ยังมีอีกเยอะ บทความนี้ก็คงช่วยประโยชน์บ้างคนได้บ้างนะครับ ผิดพลาดประการณ์ใดก็ต้องขอโทษ กันด้วยนะครับ
11 กรกฎาคม 2554
เริ่มต้นสรา้ง Blog ด้วย Blogger
การสรา้งบล็อกด้วย Blogger แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ ขั้นตอนการสร้างบัญชีผู้ใช้หรือยูสเซอร์แอ็กเคาต์ (User Accout) ขั้นตอนการตั้งชื่อบล็อก และขั้นตอนการเลือกเทมเพลต ( Template คือแม่แบบบที่ใช้กำหนดรูปร่างหน้าตาของบล็อก ) ขั้นตอนเหล่านี้กินเวลาไม่มากครับ จากนั้นเราก็จะมีบล็อกเป็นของตัวเอง ขอชี้แจงเรื่องสำคัญอีกเรื่องไว้แต่เนิ่นๆ ตรงนี้เลยนะครับว่า การอธิบายขั้นตอนวิธีสรา้งบล็อก ตลอดจนการเขียนบทความแต่งบล็อกทุกรูปแบบ ปัจจุบันบล็อกใช้ได้ทั้งภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย นะครับท่านใดอยากใช้ภาษาไทยก็ได้นะครับ ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด เข้าใจตรงนี้กันแล้ว ไปลองสมัครสรา้งบล็อกกันตามขั้นตอนต่อไปนี้เลยครับ (ต้องมีเมล Gmail ด้วยนะครับ )
1.เปิดโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ขึ้นมา แล้วเข้าไปที่ www.blogger.com
1.1 ใส่บัญชี Gmail ดังรูปด้านล่างเลยครับ แล้วกดลงชื่อเข้าใช้
1.2 ใส่ชื่อที่จะแสดง,ใส่เพศ,ใส่เครื่องถูก และ กดไปที่ "ดำเนินการการต่อ"
1.เปิดโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ขึ้นมา แล้วเข้าไปที่ www.blogger.com
1.1 ใส่บัญชี Gmail ดังรูปด้านล่างเลยครับ แล้วกดลงชื่อเข้าใช้
1.2 ใส่ชื่อที่จะแสดง,ใส่เพศ,ใส่เครื่องถูก และ กดไปที่ "ดำเนินการการต่อ"
1.3 กดไปที่สร้างบล็อกของคุณทันที ได้เลยครับ ดังรูปด้านล่างครับ
1.4 ตั้งชื่อให้บล็อกของเรา ชื่อบล็อกนี้จะปรากฎบนไตเติลบาร์ของเว็บเบราเซอร์ จะปรากฎในหน้าบล็อก และในโพรไฟล์ของบล็อก และกำหนดชื่อ URL ให้บล็อก เช่นถ้ากำหนดเป็น zonemoneys เราก็จะได้ทั้งหมดเป็น http://zonemoneys.blogspot.com จากนั้นกด "ดำเนินการต่อ" ดังรูปด้านล่างเลยครับ
1.5 ขั้นตอนต่อไปนี้ให้เราเลือกแม่แบบ หรือ Template ของบล็อกเราตามใจชอบเลยครับ ระบบได้จัดเตรียมเทมเพลตสำเร็จรูปไว้หลากหลายรูปแบบ คลิกเลือกแล้วไปที่ "ดำเนินการต่อ" ตามรูปด้ารล่างเลยครับ
1.6 หน้านี้คือหน้าสุดท้ายระบบจะแจ้งว่า "บล็อกของเราได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว"
เพียงเท่านี้เราก็มีบล็อกเป็นของตัวเองกันแล้วนะครับ ไม่ยากเลยใช่มะครับ ตอนยังไม่ลองใครๆ ก็คงคิดว่ายาก คงคิดว่าเหมือนการสร้างเว็บไซต์ แต่นี้ไม่ใช่อย่างที่คิด ง่ายกว่ากันเยอะ แถมยังนำไปหารายได้เหมือนกับเว็บไซต์ทั่วๆไปอีกด้วย ต่อไปเราก็เริ่มที่จะหาบทความดีๆ มาใส่ลงในบล็อกของเราได้แล้วนะครับ
ก็อย่างลืมบทความที่ได้แนะนำกันไปบ้างแล้วว่าควรจะเป็นบทความยังไง ก่อนที่เราจะนำมาลงในบล็อก
คิดไม่ได้ก็รองหาอ่านดูในเว็บไซต์ต่างๆ หรือหนังสือทั่วๆ ไปแล้วเลือกเกี่ยวกับสิ่งที่เราถนัดหน่อย จะได้ไม่ยากสำหรับตัวเองนะครับ
10 กรกฎาคม 2554
หลากวิธีการหารายได้จาก Blog
การหารายได้จากบล็อก มีหลากหลายรูปแบบต่างๆ ที่ใช้กันโดยทั่วไปทั้งในและต่างประเทศมานำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือปรับปรุงให้เกิดรูปแบบของตัวเอง โดยบางวิธีเราไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษเลยก็ได้ ไม่ต้องเปิดบริษัทใหญ่โต ก็สามารถส้รางรายได้ผ่าอินเทอร์เน็ตได้
- สร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมาขาย ในกรณีที่เราสร้างบล็อกของเราให้เป็นที่นิยมได้ สิ่งที่เราจะขายได้ก็คือแบรนด์ของบล็อกเราเอง ซึ่งเราอาจจะจัดทำสินค้าต่างๆ ขึ้นมาขาย เช่น เสื้อ ปฎิทิน หมวก แก้วน้ำ หรือเราอาจทำบล็อกขึ้นมาเพื่อนำเสนอสินค้าหลากหลายยี่ห้อ แต่สร้างให้เกิดความน่าเชื่อถือว่า หากซื้อสินค้าจากบล๊อกของเราแล้ว ไม่ต้องกลัวของปลอม สามารถแลกเปลี่ยนสินค้าได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอก เพราะสามาติดต่อเจ้าของบล๊อกได้โดยตรง
- รายได้จากการขายบล็อก บล็อกที่เราได้สรา้งขึ้นนั้น สามารถขายให้กับองค์กรธุรกิจ หรือขายให้ใครๆ ก็ได้ เพราะอาจมีคนกำลังมองหาบล็อกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง เช่น การประชาสัมพันธ์องค์กรหรือ ขายสินค้าและบริการ เป็นต้น ซึ่งบล็อกที่ได้รับการปรับแต่งจนมีความเหมาะสมแล้ว จะสามารถนำไปใช้งานได้ทันที่ ถ้าเรามีเป้าหมายในการสรา้งบล็อกเพื่อขายแล้วละก็ ต้องวางแผนทำให้บล็อกของเราเป็นที่นิยมยอมรับ สรา้งบล็อกให้มีมูลค่า เพราะการพิจารณาเลือกซื้อบล็อกนั้น ผู้ซื้อก็มักจะตรวจสอบว่า บล็อกของเรามี PageRank และ Backlink ที่สูงหรือเปล่า เพื่อเป็นหลักประกันว่า จะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกเป็นจำนวนมาก เมื่อต่ฃัดสินใจซื้อไปแล้ว ก็สามารถนำบล็อกไปพัฒนาต่อได้ไม่ยาก และไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งให้วุ่นวาย เราอาจสรา้งบล็อกขึ้นหลายๆ บล็อกให้มีเนื้อหาหลากหลาย โดยเฉพาะบล๊อกที่มีคีย์เวิร์ดน่าสนใจ รวมถึงมี Ranking และ Traffic ดีๆ แล้วก็นำบล็อกไปประกาศขายในเว็บไซต์ต่างๆ ได้ครับ
- รายได้จากการรับบริจาค เมื่อเรามีวัตถุประสงค์ในการสร้างบล็อกโดยไม่แสวงหาผลกำไร แต่มีเนื้อหาที่มีคุณประโยชน์ และเราได้ใช้เวลาที่มีค่านำเสนอเรื่องราวความรู้ดีๆ ให้ผู้อ่านบล็อกของเรา จนมีผู้ชื่นชอบติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ และทำให้ผู้สร้างบล็อกมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อ่านเจ้าของบล็อกก็อาจขอการสนับสนันจากผู้อ่านด้วยการขอรับบริจาค เพื่อจะได้นำเงินมาดูแลบริหารบล็อกต่อไปได้เรื่อยๆ ผู้อ่านที่เห็นประโยขน์จากบล็อกของเรา ก็อาจอยากสนับสนุนให้บล็อกมีการอัปเดตต่อไป การรับบริจาคลักษณะนี้มักใช้ได้ดีกับบล็อกที่มีคนติดตามอย่างเหนียวแน่น เพียงแค่เราเพิ่มช่องบริจาค โดยใส่ข้อมูล วิธีการบริจาค เช่น เลขบัญชีธนาคาร หรือวิธีที่ง่ายที่สุดคือมช้ Paypal Donate เราก็อาจได้เงินมาใช้ในการบริหารจัดการบล็อกต่อไป
- รายได้จากการสร้างเครือข่ายบล็อก ปัจจุบันมีบล็อกที่ให้บริการฟรีเกิดขึ้นมากมาย เคยแปลกใจกันมั้นว่า ทำไมผู้ให้บริการเหล่านี้จึงสามารถอยู่ได้ วิธีการหารายได้ของผู้ให้บริการบล็อกเหล่านี้คือ จะให้บริการบล็อกแบบฟรีๆ จากนั้นก็เชิญชวนให้คนมาใช้บริการบล็อกฟรีเป็นจำนวนมากๆ เมื่อเครือข่ายของบล็อกขยายออกไป การหารายได้จากเครือข่ายบล็อกก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผู้ให้บริการบล็อกอาจนำแบนเนอร์ไปแปะไว้ เช่น โฆษณาจาก Affiliate Program หรือ Google AdSense เป็นต้น
- รายได้จากแบนเนอร์โฆษณา เมื่อเราสรา้งบล็อกให้เป็นที่นิยมจนมีผู้เยี่นมชมในแ่ละวันมากๆ เราก็สามารถนำความนิยมนี้มาเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อขายพื้นที่โฆษณาบนบล็อก เหมือนกับการขายพื้นที่โฆษณาในหน้าหนังสือพิมหรือนิตยสารต่างๆ แต่เรื่องการกำหนดราคาค่าโฆษณษในบล็อกก็เป็นสิ่งที่ต้องคิด เพราะถ้าหากคิดราคาแพงเกินไป ก็อาจไม่มีใครสนใจซื้อพื้นที่โฆษณา แต่ถ้าน้อยเกินไป เราก็จะมีรายได้ไม่มากเท่าที่ควร แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะเรามีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของบล็อก และทำให้เราสามารถประเมินได้ว่า เราควรคิดราคาค่าโฆษณาในบล็อกเราเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม
ที่มาบทความ สุรัรตน์ โพธิ์ทอง
9 กรกฎาคม 2554
การเตรียมตัวก่อนส้ราง Blog
ก่อนที่เราจะสร้าง Blog ขึ้นมาเราควรจะรู้ว่าเราจะนำเสนอสิ่งใด ควรเตรียมตัวยังไงบ้างก่อนที่เราจะสร้างบล็อกขึ้นมาเพื่อหารายได้หรือเพื่อทำธุรกิจออนไลน์ มาดูกันเลยดีกว่าครับ ว่าเราควรเตรียมตัวกันยังไง
- กำหนดทิศทางของบล๊อก เราต้องนึกก่อนว่าจะทำบล็อกเกี่ยวกับอะไร พูดถึงเรื่องไหน ในเบื้องต้นเราควรเลือกเรื่องที่เราชอบ เรื่องที่เราสนใจหรือเรื่องที่มีความรู้ความถนัด เพื่อที่เราจะได้กระตือรือร้น มีความสุขกับการปรับปรุงเนื้อหาบล็อกให้ดียิ่งขึ้น ถ้าเราทำบล็อกแบบสะเปะสะปะ คืออยากเขียนเรื่องอะไรก็เขียน รวมๆกันไปแบบไร้ทิศไร้ทาง ผู้อ่านบล็อกก็คงไม่อยากเข้ามาอ่านบทความในบล็อกสักเท่าไร ดังนั้นเราควรเลือกที่จะนำเสนอไปทางเดียวกันก่อนตอนเริ่มสร้างบล๊อกขึ้นมา
- เลือกผู้ให้บริการบล๊อก ในโลกอินเทอร์เน็ตมีผู้ให้บริการบล็อกเกิดขึ้นมากมาย ทั้งผู้ให้บริการในต่างประเทศและของคนไทยเอง การเลือกผู้ให้บริการบล็อกจึงเป็นอีกเรื่องที่ควรคำนึงถึง แนะนำว่าควรเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับความนิยมของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน (อย่างเช่น Blogger.com ซึ่งที่เรากำลังเริ่มส้รางกันอยู่นี้) เพราะยิ่งได้รับความนิยมมากเท่าไร ก็ยิ่งเชื่อมั่นได้ว่าเป็นบล๊อกที่มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการได้ง่าย อีกทั้งช่วยให้ชื่อบล็อกของเราเป็นที่จดจำได้ง่ายไปอีกด้วย
- สำรวจคู่แข่ง ก่อนที่จะทำบล๊อก เราต้องสำรวจดูว่า มีบล็อกอื่นๆ ที่เขียนเนื้อหาในลักษณะใกล้เคียงกับเราหรือไม่ มีมาน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้รู้ว่าคนอื่นมีแนวทางในการเขียนบล็อกอย่างไร มีจุดเด่นหรือจุดด้อยตรงไหน และคู่แข่งมีกลุ่มเป้าหมายเหมือนหรือแตกต่างกับเราอย่างไรบ้าง การสำรวจบล็อกคู่แข่งนี้ จะช่วยให้เราทำบล็อกของเราได้น่าสนใจและมีเอกลักษณ์มากขึ้น
- เลือกชื่อของบล็อกให้เหมาะ ก่อนสมัครใช้งานบล็อก เราควรคิดชื่อบล็อกของเราเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งก็ควรเป็นชื่อที่สั้น กระชับ จำง่าย เหมาะสมกับเนื้อหาที่เราต้องการจะเขียนลงในบล็อก หรือใช้คำซึ่งเป็นที่นิยม ถ้าจะให้ดีก็ควรมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เราต้องการจะเขียน วิธีนี้ช่วยให้บล็อกของเราติดอันดับที่ดีได้เมื่อมีการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้น
- จัดเตรียมเนื้อหาของบล็อก เราควรหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประกอบในการเขียนบทความ และต้องเขียนบทความให้มีเนื้อหากระชับ มีความสดใหม่น่าสนใจ ทำให้คนติดใจอยากเข้ามาอ่านบล็อกของเราบ่อยๆ พยายามเขียนให้สอดคล้องกับทิศทางของบล็อกที่เรากำหนดไว้ เนื้อหาไม่กระโดนไปกระโดดมาน่าเวียนหัว
นอกจากวิธีการเตรียมตัวก่อนสร้างบล็อกที่ว่ามานี้ การไปดูตัวอย่างบล็อกอื่นๆ ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้เราสร้างบล็อกได้น่าสนใจขึ้น ยิ่งถ้าคิดจะสร้างบล็อกเพื่อหารายได้ทางอินเทอร์เน็ต เรายิ่งต้องสำรวจดูว่า คนอื่นๆ เขาทำธุรกิจประเภทนี้กันอย่างไร โปรโมตสินค้าด้วยวิธีไหน ขายสินค้าผ่านช่องทางไหน และใช้เครื่องมือใดกันบ้าง และก็ไม่ใช่ดูแค่เพียงบล็อกของคนไทยเท่านั้น ต้องไปดูบล็อกต่างประเทศด้วย เพราะเราอาจได้แนวคิดใหม่ๆ ซึ่งสามารถนำมาปรับปรุงและพัฒนาบล๊อกของเราได้ หรือจะระดมความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ของเราตลอดจนผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แล้วนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมก็ได้ ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไร ก็จะช่วยให้เราวางแผนสร้างบล็อกได้อย่างรัดกุม และช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วและถูกต้องมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
วิธีเตรียมตัวก่อนลงมือสร้างบล็อกมีหลักการง่ายๆ ทำนองนี้แหละครับใครที่กำลังคิดจะสร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมาใหม่ลองนำเทคนิคง่ายๆ ที่อธิบายไปข้างต้นแล้ว นี้ไปปรับปรุงดูกันนะครับ จะได้สร้างบล็อกให้โดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจต่อผู้ติดตามบล็อกของเราได้ต่อไป
ที่มาบทความ สุรีรัตน์ โพธิ์ทอง
8 กรกฎาคม 2554
เคล็ดลับการสมัคร Adsense ให้ผ่านในครั้งเดียว
มีหลายคนที่เคยสมัคร AdSense แล้วไม่ผ่านในครั้งแรก ก็ไม่แปลกหรอกครับ เป็นเรื่องที่ปกติืี หลายคนอาจจะเคยสมัครเป็นสิบครั้ง หรือร้อยๆครั้ง ก็ว่าได้ เช่นเดียวกันกับผม ที่ต้องสมัครบ่อยๆ นั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุผลจากการที่เราโดนแบน อย่างเดียวหรอกครับ หลายๆ ท่านที่ทำ AdSense อยู่ ทุกคนคงรู้คำตอบข้อนี้กันดี ว่าทำไมเราจำเป็นต้องมีไว้หลายๆ บัญชี ก็เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของการทำเงินของเรา ถ้าถูกแบนขึ้นมา และที่สำคัญก็เพื่อเพิ่มช่องทางในการทำเงินของทุกท่านนั้นเอง จากที่ได้สมัครและโดนแบนจาก Google ก็ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการสมัคร AdSense เป็นอย่างดีว่าอะไรที่จะทำให้พนักงานรับสมัคร AdSense จาก Google พิจารณาคุณอย่างรวดเร็วและผ่านฉลุย ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ การจะสมัคร AdSense ให้ผ่านได้่งายๆ ก็มีอยู่แค่ 4 ปัจจัยใหญ่ๆ ด้วยกันนะครับ
- สมัครผ่านทาง Blogger ด้วยอีเมลของ Gmail
- มี Content หรือว่าเนื้อหาที่เพียงพอ ( ถ้า Content เป็นบทความใหม่ๆที่ไม่ซ้ำใครจะยิ่งดีมาก และมีความยาวอย่างน้อย 1 หน้า A4 ด้วย Font 14 )
- ไม่ใช้ที่อยู่ และชื่อผู้สมัครที่ซ้ำกับข้อมูลบัญชี AdSense ของผู้ที่เคยโดนแบนเป็นมาสมัครอีก
- สมัครด้วยเว็บไซท์ที่มี Content หรือบทความเป็นภาษาที่ AdSense รองรับ ( ปัจจุบันภาษาไทยใช้ได้แล้วนะครับ )
แต่ก่อนจะที่จะถึงเรื่องนั้น ผมจะพาทุกท่านไปดูว่าจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง เพื่อที่จะให้บรรลุเป้าหมายในการสมัคร Google AdSense ให้ผ่านในครั้งเดียวตามปัจจัยที่ได้กล่าวกันไปแล้ว อย่าพึ่งใจร้อนกันนะครับ ใจเย็นๆ จะทำอะไรก็ต้องใช้เวลากันสักหน่อย ก่อนที่เราจะเริ่มหาหลายได้นั้น มาเตรียมพร้อมในข้อแรกกันดีกว่าครับเริ่มจากการสมัคร Gmail กันเลยนะครับ
ที่มาบทความ อนุชา ลีวรกุล
ทำไมเราต้องสร้าง Blog
Blog เป็นเครื่องมือฟรีที่ช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจ และการหาเงินออนไลน์ได้อย่างดี การที่เราได้สร้างบล๊อกแบบไม่ต้องเสียเงิน สามารถสมัครใช้งานได้ฟรี (ก็ก็ยังมีบล๊อกที่ไม่ให้เราใช้ฟรีก็มีนะครับ) บลีอกบ้างแห่งยังอนุญาตให้เราสรา้งบล๊อกได้หลายบล๊อกในชื่อเดียวกันได้ บล๊อกยังมีเคื่องมือที่ใช้อำนวยความสะดวกให้เราแก้ไขอละจัดการบล๊อกได้อย่างง่ายดาย บล๊อกเป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังสนใจ และมีแนวโน้มว่าในอนาคต ทุกคนจะมีบลีอกเป็นของตัวเองใช้แบบอีเมลเลยก็เป็นไปได้นะครับ เพราะบล๊อกเป็นอีกช่องทางหนึ่งซึ่งแสดงความเป็นตัวตนของเราในโลกอินเทอร์เน็ตแล้วยังใช้บล๊อกเอาไว้ติดต่อกับเพื่อนๆ ได้อีกต่างหาก ถ้ามีใครถามเราว่ามีบล๊อกส่วนตัวมั้ย เราก็ไม่ต้องอายที่จะบอกว่าเราก็มีเหมือนกัน การทำบล๊อกไม่ได้เป็นเรื่องไร้สาระอย่างที่หลายๆคนเคยคิด บล๊อกประเภทไร้สาระก็มีอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่มีบล๊อกพวกนี้ เราจะรู้ได้ไงว่าบล๊อกไหนมีสาระดีและ เป็นยังไง ซึ่งคนแบบพวก (พวกเล่นเน็ตไม่ไร้สาระ) ก็แน่นอนครับว่าย่อมรู้จักทำบล๊อกให้มีประโยชน์ นอกจากบล๊อกจะเป็นสื่อให้ความรู้แล้ว เรายังนำมาสร้างรายได้ให้กับตัวเราเองได้อีกต่างหาก
คนที่สนใจจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นจากบล๊อก ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษาสำหรับเขียนเว็บไซต์ จำพวก HTML หรือ PHP (แต่รู้ไว้ก็ดีนะครับ) และไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสรา้งเว็บไซต์ หรือศึกษาโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์มาก่อนก็ได้เพราะบล๊อกมีทุกอย่างที่สอนให้เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองเลยครับ เราสามารถปรับเปลี่ยนโดเมน ของบล๊อกได้ แล้วนำไปจดทะเบียนเป็นเว็บไซต์ เพียงแค่นี้เราก็สามารถเปลี่ยนบลีอกของเราเป็นสถานะเป็นเว็บมาสเตอร์ (Webmaster) ให้ใครต่อใครพากันทึ่งกันไปเลยว่าเราก็ทำได้ อิอิ
สำหรับบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เราสามารถระดมความรู้ โดยใช้บล๊อกทำหน้าที่เก็บบทความรวบรวมข้อมูล ทำให้ไม่ต้องรอการเขียนรายหรือต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลในอีเมล บล๊อกยังช่วยจัดการองค์ประกอบความรู้ด้วยระบบที่สามารถสือค้นได้ง่าย และยังทำงานได้แบบ 2 ทิศทาง ผู้เขียนเองก็สามารถเผยแพร่ความรู้ของตัวเองได้อย่างเป็นระเบียบ ทันต่อเหตุการณ์ ผู้อ่านที่ต้องค้นหาข้อมูลหรือวิจัยสิ่งที่ต้องการ ก็สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลได้ไม่ยาก ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายยังติดต่อกันได้ด้วยคอมเม้นได้อีกทาง และเมื่อบลีอกของเราที่นำเสนอความรู้ความคิดเห็นใหม่ๆ บ่อยๆ อยู่ตลอดเวลา ก็ทำให้ผู้อ่านได้พบกับความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งก็ทำให้บล๊อกของเราเป็นที่นิยมของผู้ชม และเป็นข้อดีสำหรับตัวเราเองได้อีก ซึ่งเราก็จะนำมาประยุกต์เพื่อต่อยอดกับธุระกิจของเราในอนาคตได้อย่างไม่มีวันลดลง ขอเพียงแค่เราต้องขยันหาบทความ และข้อมูลอัปเดตมาตลอด อย่างหยุดหรือปล่อยบล๊อกทิ้งไว้เปล่าประโยชน์ก็เป็นพอแล้วครับ รายได้ก็จะเข้ามาหากระเป๋าเราอย่างไม่หยุดย่อน
ที่มาบทความ สุรีรัตน์ โพธิ์ทอง
คนที่สนใจจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นจากบล๊อก ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษาสำหรับเขียนเว็บไซต์ จำพวก HTML หรือ PHP (แต่รู้ไว้ก็ดีนะครับ) และไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสรา้งเว็บไซต์ หรือศึกษาโปรแกรมสำหรับสร้างเว็บไซต์มาก่อนก็ได้เพราะบล๊อกมีทุกอย่างที่สอนให้เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองเลยครับ เราสามารถปรับเปลี่ยนโดเมน ของบล๊อกได้ แล้วนำไปจดทะเบียนเป็นเว็บไซต์ เพียงแค่นี้เราก็สามารถเปลี่ยนบลีอกของเราเป็นสถานะเป็นเว็บมาสเตอร์ (Webmaster) ให้ใครต่อใครพากันทึ่งกันไปเลยว่าเราก็ทำได้ อิอิ
สำหรับบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เราสามารถระดมความรู้ โดยใช้บล๊อกทำหน้าที่เก็บบทความรวบรวมข้อมูล ทำให้ไม่ต้องรอการเขียนรายหรือต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลในอีเมล บล๊อกยังช่วยจัดการองค์ประกอบความรู้ด้วยระบบที่สามารถสือค้นได้ง่าย และยังทำงานได้แบบ 2 ทิศทาง ผู้เขียนเองก็สามารถเผยแพร่ความรู้ของตัวเองได้อย่างเป็นระเบียบ ทันต่อเหตุการณ์ ผู้อ่านที่ต้องค้นหาข้อมูลหรือวิจัยสิ่งที่ต้องการ ก็สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลได้ไม่ยาก ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายยังติดต่อกันได้ด้วยคอมเม้นได้อีกทาง และเมื่อบลีอกของเราที่นำเสนอความรู้ความคิดเห็นใหม่ๆ บ่อยๆ อยู่ตลอดเวลา ก็ทำให้ผู้อ่านได้พบกับความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งก็ทำให้บล๊อกของเราเป็นที่นิยมของผู้ชม และเป็นข้อดีสำหรับตัวเราเองได้อีก ซึ่งเราก็จะนำมาประยุกต์เพื่อต่อยอดกับธุระกิจของเราในอนาคตได้อย่างไม่มีวันลดลง ขอเพียงแค่เราต้องขยันหาบทความ และข้อมูลอัปเดตมาตลอด อย่างหยุดหรือปล่อยบล๊อกทิ้งไว้เปล่าประโยชน์ก็เป็นพอแล้วครับ รายได้ก็จะเข้ามาหากระเป๋าเราอย่างไม่หยุดย่อน
ที่มาบทความ สุรีรัตน์ โพธิ์ทอง
3 กรกฎาคม 2554
Blog คืออะไร...
บล๊อกคือ ? นี่คงเป็นคำถามแรกสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับบล๊อกมาก่อน "บล๊ิอก" หรือ "Blog" มาจากคำเต็มว่า "Weblog" ตามความเข้าใจของผู้เขียนแล้วจะสรุปได้ว่า บล๊อกคือแหล่งบันทึกข้อมูลออนไลน์ที่ทุกคนสามารถแบ่งปันข้อมูลต่างๆ และความรู้ของแต่ละคนมาเผยแพร่ ซึ่งสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว ทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อ และสามารถอัปเดตบทความได้ตลอดเวลา
จึงพูดได้ว่าบล๊อกเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่ทันสมัยและทันเหตุการณ์เป็นอย่างมาก และบล๊อกก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเนื้อหาที่เขียนกันในบล๊อกก็อยู่ที่ว่า เจ้าของบล๊อกจะนำเสนออย่างไร บางคนอาจทำเพื่อเก็บไว้อ่าน บางคนอาจทำเพื่อเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมทั่วๆไป หรือบางคนทำบล๊อกเพื่อประโยชน์ธุรกิจออนไลน์ส่วนตัว หารายได้เพิ่มเติม กับโลกอินเตอร์เน็ต เราสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านบล๊อกได้หลากหลายตามความพอใจ เสมือนเป็นไดอารี่ออนไลน์ที่ใช้ในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ และเรายังสามารถตั้งชื่อบล๊อกได้ตามความพอใจ ตามเนื้อหาบทความ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังจะทำเพื่อมาเผยแพร่ได้อีก ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาในบล๊อกคือข้อมูลที่ออกมาจากความคิดของแต่ละบุคคล และประสบการณ์ของเจ้าของบล๊อกนั้นๆ ซึ่งมักใช้คำที่เป็นกันเองเหมือนกำลังพูดคุยกับบุคคลอื่นอยู่
เสน่ห์ของการทำบล๊อกก็คือ ความเป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนบล๊อก เจ้าของบล๊อกมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเห็นส่วนตัวลงไป เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เรื่องราวที่เขียนบล๊อก และผู้อ่านตรงนี้สังเกตได้จากคอมเมนต์ ต่างๆ ที่มีในบล๊อก เราอาจใช้บล๊อกสื่อสารเฉพาะกลุ่ม หรือใช้บล๊อกเป็นที่แสดงความคิดเห็นให้เนื้อหาของบทความที่เผยแพร่ เพื่อนำมาพิจารณาและ ปรับปรุ่งเนื้อหาต่างๆให้ดียิ่งขึ้น
บล๊อกได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับว่า เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์ บล๊อกที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือบล๊อกที่มีการจัดหมวดหมู่ และมีคอนเซ็ปต์ที่แน่นอนว่า มีเนื้อหาบทความเกี่ยวกับเรื่องใดของบล๊อกได้มาก และจัดเนื้อหานำเสนอได้เป็นลำดับวันและเวลาได้อย่างดี ถ้าบล๊อกนั้นๆ มีการวางแผนที่ดี ก็จะช่วยให้บล๊อกได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเมื่อผู้คนสนใจในเรื่องที่เรานำเสนอก็จะเป็นการเผยแพร่ต่อๆ กันไปในอณาคต บล๊อกจึงสามารถสร้า้งสังคมของของคนที่ชื่นชอบเรื่องราวแนวเดียวกันขึ้นมาได้ และกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Community) ไปในที่สุด
จุดเด่นของบล๊อก สำหรับคนที่ยังไม่เคยมีบล๊อกเป็นของตัวเองมาก่อน อาจยังไม่รู้ว่าบล๊อกมีข้อดียังไง ทำไมใครๆ ถึงสนใจสร้างบล๊อก เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการสร้างบล๊อกของเราเอง และนำไปสู่การหารายได้ของตัวเรา ผมจะอธิบายความหน้าสนใจของบล๊อกให้ทุกท่านได้อ่านดู
จุดเด่นของบล๊อก...
จึงพูดได้ว่าบล๊อกเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่ทันสมัยและทันเหตุการณ์เป็นอย่างมาก และบล๊อกก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเนื้อหาที่เขียนกันในบล๊อกก็อยู่ที่ว่า เจ้าของบล๊อกจะนำเสนออย่างไร บางคนอาจทำเพื่อเก็บไว้อ่าน บางคนอาจทำเพื่อเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมทั่วๆไป หรือบางคนทำบล๊อกเพื่อประโยชน์ธุรกิจออนไลน์ส่วนตัว หารายได้เพิ่มเติม กับโลกอินเตอร์เน็ต เราสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านบล๊อกได้หลากหลายตามความพอใจ เสมือนเป็นไดอารี่ออนไลน์ที่ใช้ในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ และเรายังสามารถตั้งชื่อบล๊อกได้ตามความพอใจ ตามเนื้อหาบทความ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังจะทำเพื่อมาเผยแพร่ได้อีก ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาในบล๊อกคือข้อมูลที่ออกมาจากความคิดของแต่ละบุคคล และประสบการณ์ของเจ้าของบล๊อกนั้นๆ ซึ่งมักใช้คำที่เป็นกันเองเหมือนกำลังพูดคุยกับบุคคลอื่นอยู่
เสน่ห์ของการทำบล๊อกก็คือ ความเป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนบล๊อก เจ้าของบล๊อกมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเห็นส่วนตัวลงไป เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เรื่องราวที่เขียนบล๊อก และผู้อ่านตรงนี้สังเกตได้จากคอมเมนต์ ต่างๆ ที่มีในบล๊อก เราอาจใช้บล๊อกสื่อสารเฉพาะกลุ่ม หรือใช้บล๊อกเป็นที่แสดงความคิดเห็นให้เนื้อหาของบทความที่เผยแพร่ เพื่อนำมาพิจารณาและ ปรับปรุ่งเนื้อหาต่างๆให้ดียิ่งขึ้น
บล๊อกได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับว่า เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์ บล๊อกที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือบล๊อกที่มีการจัดหมวดหมู่ และมีคอนเซ็ปต์ที่แน่นอนว่า มีเนื้อหาบทความเกี่ยวกับเรื่องใดของบล๊อกได้มาก และจัดเนื้อหานำเสนอได้เป็นลำดับวันและเวลาได้อย่างดี ถ้าบล๊อกนั้นๆ มีการวางแผนที่ดี ก็จะช่วยให้บล๊อกได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเมื่อผู้คนสนใจในเรื่องที่เรานำเสนอก็จะเป็นการเผยแพร่ต่อๆ กันไปในอณาคต บล๊อกจึงสามารถสร้า้งสังคมของของคนที่ชื่นชอบเรื่องราวแนวเดียวกันขึ้นมาได้ และกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Community) ไปในที่สุด
จุดเด่นของบล๊อก สำหรับคนที่ยังไม่เคยมีบล๊อกเป็นของตัวเองมาก่อน อาจยังไม่รู้ว่าบล๊อกมีข้อดียังไง ทำไมใครๆ ถึงสนใจสร้างบล๊อก เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการสร้างบล๊อกของเราเอง และนำไปสู่การหารายได้ของตัวเรา ผมจะอธิบายความหน้าสนใจของบล๊อกให้ทุกท่านได้อ่านดู
จุดเด่นของบล๊อก...
- บล๊อกมักเป็นบริการที่ใช้งานได้ฟรี จุดเด่นข้อแรกของบล๊อกน่าจะถูกใจใครหลายคน ผู้บริหารบล๊อกส่วนใหญ่จะเปิดให้เราเข้าไปสมัครเพื่อสรา้งบล๊อกของตัวเองได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เช่น Blogger.com ของบริษัท Google เป็นต้น แค่เสียเวลาสมัครเปิดใช้งานไม่นาน เราก็มีบล๊อกส่วนตัวไว้ใช้เป็นของตัวเองได้โดยไม่ต้องลงทุน
- บล๊อกใช้งานได้ง่าย บล๊อกเป็นสื่อทางอินเทอร์เน็ตซึ่งใช้งานได้ง่าย แม้คนไม่เก่วคอมพิวเตอร์ก็มีลบ๊อกเป็นของตัวเองได้อย่างสะดวก เราจึงสามารถปรับแต่ง รูปแบบของบลีอกได้ตามความพอใจ อยากให้หน้าตาบล๊อกเป็นแบบไหนเราก็สามารถทำได้ หรือจะเพิ่มรูป คลิปวีดีโอ เพลง ฯลฯ ตามความพอใจของเราได้ทีเดียว
- บล๊อกสามารถอัปเดตเนื้อหาได้รวดเร็ว เจ้าของบล๊อกสามารถนำเสนอบทความที่ทันต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้อ่านบล๊อกจึงได้รับข่าวสารที่เราเผยแพร่ได้ตามทันเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ระบบของบล๊อกยังแสดงบทความตามวันเวลาที่เผยแพร่ ผู้อ่านสามารถเลือกอ่านบทความอัปเดตใหม่และบทความเก่าๆของเราได้ตามความสะดวก
- บล๊อกเปิดโอกาสให้ผู้ชมแสดงความคิดเห็นได้ ผู้เข้าเยี่ยมชมบล๊อกของเราทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือคอมเมนต์บทความที่อ่านได้ ช่วยให้เจ้าของบล๊อก และผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารกันโดยตรง ซึ่งอาจเกิดเป็น ชุมชนออนไลน์แหล่งรวมคนที่ชอบในเรื่องเดียวกันขึ้นมาได้ หรือเราจะประยุกต์ใช้บล๊อกเป็นช่องทางสื่อสารหางานเพิ่มในองค์กรก็ได้เหมือนกัน
- บล๊อกสามมารถสร้างลิงก์เชื่อมโยงออกไปได้ การสร้างลิงค์ (Link) เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น หรือบล๊อกอื่นๆสามารถทำได้ง่ายๆ ในบล๊อกที่เราสร้างขึ้น ช่วยให้เจ้าของบล๊อกสามมารถแลกเปลี่ยนลิงค์กันได้เป็นการช่วยโปรโมตบล๊อกอีกทางหนึ่ง หรือแนะนำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่หน้าสนใจได้อย่างง่าย
- บล๊อกช่วยเผยแพร่บทความได้ในวงกว้าง ปกติเมื่อเราเขียนบทความลงในบล๊อก บล๊อกจะกำหนดลิงค์ของบทความนั้นๆ เมื่อเราต้องการเผยแพร่บทความ เราก็สามารถเผยแพร่โยใช้ลิงค์ดังกล่าวได้เลย ลิงค์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไป หรือมีบทความใหม่เพิ่มเข้า
- บล๊อกสนับสนุนการทำ SEO เนื่องด้วยการเขียนบล๊อกทำได้ง่ายมาก จึงเป็นเรื่อง่งายที่จะอัปเดตเนื้อหาได้ตลอดเวลา และเมื่อเนื้อหาของบล๊อกมีความเคลื่อนไหวทัรสมัยอยู่เสมอ บล๊อกของเราก็มีโอกาสสูงที่จะถูกแสดงลำดับต้นๆ เมื่อมีการค้นหาผ่าน Search Engine หรือพูดอีกอย่างว่ามี Ranking ที่ดีที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ Robot หรือโปรแกรมเก็บข้อมูนของเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ จะชอบเข้ามาสำรวจบล๊อกที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอยู่เสมอ นั้นก็หมายความว่าบทความที่เราอัปเดตใหม่ๆจะเป็นผลดีกับบล๊อกของเรานั่นเอง
- บล๊อกมีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่ม Traffic บล๊อกช่วยในเรื่องการเพิ่มช่องทางการเยี่ยมชม (Traffic) ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ เนื่องจากระบบ Ping ของบล๊อกจะช่วยให้การกระจายข่าวสาร รวมถึง Feed ที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความได้ง่าย เพราะผู้อ่านสามารถดึงเนื้อหาในบล๊อกไปใช้โดยไม่ต้องเข้าบล๊อก
ที่มาบทความ สุรีรัตน์ โพธิ์ทอง
30 มิถุนายน 2554
การใช้ Blogger เพื่อสมัคร AdSense
วิธีการสมัคร AdSense ผ่าน Blogger น่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้สมัครผ่านง่ายได้มากที่สุด หลายคนสมัครผ่านแบนเนอร์ AdSense ที่มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้กับเจ้าของแบนเนอร์ บางท่านก็ใช้เว็บไซต์ของตัวเองสมัคร แต่ก็ได้พบกับความผิดหวัง และเกิดความสงสัยว่าทำอะไรผิดไป ทำไมสมัครไม่ผ่านสักที ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีอะไรมากไปกว่า 4 ปัจจัยที่ได้บอกไปในบทความก่อนหน้านี้
ปัจจัยแรกที่จะพูดถึงก็คือ การใช้บริการบล๊อกฟรีจาก Blogger.com ที่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่การสมัคร AdSense ให้ผ่านได้ง่ายที่สุด เพราะว่า Blogger กับ AdSense มีเจ้าของเดียวกันคือ Google นั่งเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลหลักว่า ทำไมถึงแนะนำให้ใช้วิธีนี้สมัคร เพราะเหตุผลหลักก็คือได้ผ่านการพิสูจน์กันมาแล้วว่าได้ผลจริง
ปกติในขั้นตอนการสมัคร AdSense เราจะต้องให้ที่อยู่ URL ของเว็บไซต์เรากับ AdSense เพื่อบอกกับทาง AdSense ว่าเราจะเอาโฆษณา AdSense ไปลงไว้ที่เว็บไซต์ของเรา จากนั้นทาง AdSense จะตรวจสอบเว็บไซต์หรือบล๊อกนั้นๆ ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่ดีจริง ไม่ได้คุณภาพจริงๆ เราก็จะพบกับความผิดหวังซ้ำอีก เพราะคุณสมบัติของเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในสายตาของ Google นั้น ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปริศนา และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คุณภาพสำหรับ Google นอกจากเว็บไซต์ของคุณจะเหมือนเว็บดังๆ ที่มีคนเข้าชมเป็นจำนวนมากๆ ต่อวัน รับรองว่าสมัครยังไงก็ผ่าน
แต่สิ่งที่แน่นอนและยังไม่ปเลี่ยนแปลงก็คือ ถ้าคุณอยากจะสมัคร AdSense ให้ผ่านง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องมีเว็บไซต์ที่ดีมีคุณภาพก่อน คุณก้อแค่ส้รางบล๊อกจาก Blogger.com ขึ้นมาสักอัน ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาที แล้วโพสต์ใส่ Content หรือ บทความเข้าไปให้พอสักหน้าสองหน้า จากนั้นก็สมัคร AdSense ผ่านทางบล๊อก โดยไม่ต้องเข้าไปสมัครที่ www.google.com/adsense เลย ก่อนที่จะทำบล๊อกคุณก็ต้องมีบัญชี Gmail ซะก่อน โดยไปสมัครที่ www.gmail.com วิธีสมัครสามารถไปดูที่บทความ ขั้นตอนสมัครGmail ได้เลยนะครับ แล้วเวลาสมัครอีเมลให้คุณใช้ชื่ออื่น ที่ไม่เคยสมัคร AdSense มาก่อนเลยนะครับ ชื่อสมมติอะไรก็ได้ แต่อย่าใช้ชื่อบัญชีซ้ำที่เคยถูกลงบัญชีดำกับ AdSense มาก่อนก็พอ เพราะทาง AdSense จะมีการตรวจสอบที่แม่นยำ กับบัญชีที่เคยสมัครไปแล้วไม่ผ่าน
การหาบทความใส่ Blogger หรือเนื้อหาที่ดีพอต่อสายตา AdSense ในการใช้สมัครให้ผ่านที่ว่านั้น จะไปหาจากไหนได้นอกจากเว็บไชต์ Free Aticles ต่างๆ ที่หาได้จาก Google หรือจากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า เว็บไซต์เหล่านั้นยังเป็นแหล่งรวมบทความที่ยังใช้ได้อยู่ แต่เวลามันก็ผ่านไปตามกาลเวลา คนส่วนใหญ่ก็หยิบยืมบทความเหล่านั้นมาใช้กันจนมาก อาจจะมีบทความที่ซ้ำๆ มาใช้สมัคร AdSense มาขึ้นทุกวัน ซึ่งอาจจะทำให้สมัคร AdSense ไม่ผ่านได้เช่นกัน จึงขอแนะนำให้หาบทความ ที่มีประโยชน์ หลายๆบทความ หลายๆ เว็บไซต์มารวมกัน หรือหาบทความในหนังสือต่างๆ ที่อ่านแล้วหน้าจะให้ความรู้เพิ่มเติมสำหรับผู้อ่านที่สนใจ เพราะบทความบางบท อาจจะถูกลืมไปแล้ว แต่ถ้าเราเอาบทความเก่าๆ มารวมกันในที่เดียว อาจเป็นที่สนใจของเหล่านักล่าบทความ ซึ่งจะทำให้บทความของเราเป็นที่หน้าสนใจของแต่ละคน ทาง AdSense อาจจะมองว่าบล๊อกของเรามีประโยชน์ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า Blogger ของเราสมัคร AdSense ผ่านไปแล้ว 90% เนื้อหาดี บทความดี ผ่านแน่นอนครับ
ที่มาบทความ อนุชา ลีวรกุล
ปัจจัยแรกที่จะพูดถึงก็คือ การใช้บริการบล๊อกฟรีจาก Blogger.com ที่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่การสมัคร AdSense ให้ผ่านได้ง่ายที่สุด เพราะว่า Blogger กับ AdSense มีเจ้าของเดียวกันคือ Google นั่งเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลหลักว่า ทำไมถึงแนะนำให้ใช้วิธีนี้สมัคร เพราะเหตุผลหลักก็คือได้ผ่านการพิสูจน์กันมาแล้วว่าได้ผลจริง
ปกติในขั้นตอนการสมัคร AdSense เราจะต้องให้ที่อยู่ URL ของเว็บไซต์เรากับ AdSense เพื่อบอกกับทาง AdSense ว่าเราจะเอาโฆษณา AdSense ไปลงไว้ที่เว็บไซต์ของเรา จากนั้นทาง AdSense จะตรวจสอบเว็บไซต์หรือบล๊อกนั้นๆ ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่ดีจริง ไม่ได้คุณภาพจริงๆ เราก็จะพบกับความผิดหวังซ้ำอีก เพราะคุณสมบัติของเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในสายตาของ Google นั้น ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปริศนา และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คุณภาพสำหรับ Google นอกจากเว็บไซต์ของคุณจะเหมือนเว็บดังๆ ที่มีคนเข้าชมเป็นจำนวนมากๆ ต่อวัน รับรองว่าสมัครยังไงก็ผ่าน
แต่สิ่งที่แน่นอนและยังไม่ปเลี่ยนแปลงก็คือ ถ้าคุณอยากจะสมัคร AdSense ให้ผ่านง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องมีเว็บไซต์ที่ดีมีคุณภาพก่อน คุณก้อแค่ส้รางบล๊อกจาก Blogger.com ขึ้นมาสักอัน ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาที แล้วโพสต์ใส่ Content หรือ บทความเข้าไปให้พอสักหน้าสองหน้า จากนั้นก็สมัคร AdSense ผ่านทางบล๊อก โดยไม่ต้องเข้าไปสมัครที่ www.google.com/adsense เลย ก่อนที่จะทำบล๊อกคุณก็ต้องมีบัญชี Gmail ซะก่อน โดยไปสมัครที่ www.gmail.com วิธีสมัครสามารถไปดูที่บทความ ขั้นตอนสมัครGmail ได้เลยนะครับ แล้วเวลาสมัครอีเมลให้คุณใช้ชื่ออื่น ที่ไม่เคยสมัคร AdSense มาก่อนเลยนะครับ ชื่อสมมติอะไรก็ได้ แต่อย่าใช้ชื่อบัญชีซ้ำที่เคยถูกลงบัญชีดำกับ AdSense มาก่อนก็พอ เพราะทาง AdSense จะมีการตรวจสอบที่แม่นยำ กับบัญชีที่เคยสมัครไปแล้วไม่ผ่าน
การหาบทความใส่ Blogger หรือเนื้อหาที่ดีพอต่อสายตา AdSense ในการใช้สมัครให้ผ่านที่ว่านั้น จะไปหาจากไหนได้นอกจากเว็บไชต์ Free Aticles ต่างๆ ที่หาได้จาก Google หรือจากเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า เว็บไซต์เหล่านั้นยังเป็นแหล่งรวมบทความที่ยังใช้ได้อยู่ แต่เวลามันก็ผ่านไปตามกาลเวลา คนส่วนใหญ่ก็หยิบยืมบทความเหล่านั้นมาใช้กันจนมาก อาจจะมีบทความที่ซ้ำๆ มาใช้สมัคร AdSense มาขึ้นทุกวัน ซึ่งอาจจะทำให้สมัคร AdSense ไม่ผ่านได้เช่นกัน จึงขอแนะนำให้หาบทความ ที่มีประโยชน์ หลายๆบทความ หลายๆ เว็บไซต์มารวมกัน หรือหาบทความในหนังสือต่างๆ ที่อ่านแล้วหน้าจะให้ความรู้เพิ่มเติมสำหรับผู้อ่านที่สนใจ เพราะบทความบางบท อาจจะถูกลืมไปแล้ว แต่ถ้าเราเอาบทความเก่าๆ มารวมกันในที่เดียว อาจเป็นที่สนใจของเหล่านักล่าบทความ ซึ่งจะทำให้บทความของเราเป็นที่หน้าสนใจของแต่ละคน ทาง AdSense อาจจะมองว่าบล๊อกของเรามีประโยชน์ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า Blogger ของเราสมัคร AdSense ผ่านไปแล้ว 90% เนื้อหาดี บทความดี ผ่านแน่นอนครับ
ที่มาบทความ อนุชา ลีวรกุล
29 มิถุนายน 2554
ขั้นตอนการสมัคร Gmail
ขั้นตอนการสมัคร Gmail ไม่มีอะไรยุ่งอยากมากนะครับ เพียงแต่กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มเท่านั้นครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของทุกท่าน หลายคนอาจจะมี อีเมลของ Gmail กันแต่บ้างเพื่อนๆ บ้างคนยังไม่เคยมี เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ เริ่มจาก เข้าไปที่ลิงค์นี้ได้เลยนะครับ http:www.gmail.com
1. พอมาถึงหน้าข้างล่างนี้ให้คลิกไปที่ "สร้างบัญชี" ได้เลยนะครับ
- ชื่อให้เราใส่ชื่อของเราลงไปนะครับ
- นามสกุล ของเรา
- ชื่อการเข้าสู้ระบบตามที่ต้องการนะครับ
- คลิกเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ใช้แล้วหรือยัง
- ใส่รหัสตามที่เราต้องการ
- ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง
- เลือกคำถามที่ต้องการ
- เลือกคำตอบที่ต้องการ
- เมล์สำรองเพื่อแจ้งปัญหา
- ตำแหน่งที่ตั้ง เลือกราชอาณาจักรไทย นะครับเพราะเราคนไทย ^ ^
- พิมพ์คำที่เห็นลงในช่อง
- สุดท้าย คลิก ฉันยอมรับโปรดสร้างบัชชีของฉัน
เป็นอันเสร็จขั้นตอนการสมัคร Gmail แล้วนะครับ ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ อีเมล Gmail นี้ผมถือว่าเป็นปัจจัยในการหารายได้กับการทำงานออนไลน์เลยก็ว่าได้ เพราะเท่าที่ผมสังเกตุไม่่ว่าจะเป็นการหาเงินบนโลกอินเตอร์เน็ตแบบไหนส่วนใหญ่แล้วก็ต้องมี อีเมลของ Gmail ใช้กันทั้งนั้น ยกตัวอย่าง เช่น เราต้องเปิดบัญชีของ PayPla เพื่อที่เราจะได้รับค่าแรงจากการทำงานของเราให้แต่ละเว็บไซต์ ซึ่งบางเว็บไซต์ ที่จ่ายเงินให้เรา ส่วนน้อยมากที่จะได้รับเป็น CHACK เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการโอนเข้าบัญชี PayPal ซึ่งก็คือ บัญชี Gmail ที่เรานำไปสมัครเปิดบัญชีไว้กับ PayPal สรุปแล้วก็คือ ขาดไม่ได้เลย อีเมลของ Gmail ทีนี้เราก็มีอีเมลไว้สำหรับสมัคร AdSense แล้วนะครับ ไปเริ่มขั้นต่อไปกันเลยดีกว่าครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















